Of mux hso pez  
 

ยินดีต้อนรับ

 

Web Links
www.jessthai.org

www.pakakoenyo.org

www.hilltribe.org
http://cegthai.cbct.net
www.hplong.org



ชีวิตที่เฝ้ารอ

พร้อมกับความหวัง..



 
Home arrow Articles (Taj geij taj kloz) arrow เสียงอุทธรณ์จากไส้เดือน(ขี้ตะแร่)
 
เสียงอุทธรณ์จากไส้เดือน(ขี้ตะแร่) พิมพ์ ส่งเมล
Image
เสียงอุทธรณ์จากไส้เดือน(ขี้ตะแร่):เมื่อไส้เดือนเผชิญหน้ากับสารเคมีและขยะสารพิษ
      มันดูราวกับว่าไส้เดือนเป็นอะไรบางอย่างที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันเป็นสัตว์เล็กๆ และโดยมากทุกคนในกลุ่มพวกเรา เมื่อได้ยินเรื่องเกี่ยวกับไส้เดือน มันอาจจะทำให้ใครบางคนขนหัวลุก ขณะที่บางคนอาจจะอาเจียนออกมา ฯลฯ โดยธรรมชาติแล้วไส้เดือนคือตัวหนอนผอมยาวๆ  ที่อาศัยอยู่ในดินที่ชุ่มชื้นหรือขุดโพรงในดินและกินดินเป็นอาหารและช่วยย่อยสลายให้อินทรียวัตถุ ตามความเป็นจริงแล้ว ไส้เดือนมีด้วยกันหลายชนิด แต่จะไม่ขอพูดถึงเกี่ยวกับรูปร่างหรือลักษณะเฉพาะของมัน เพราะว่าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น

          โดยทั่วๆ ไป คนจะนึกถึงไส้เดือนในภาพของสัตว์เลื้อยคลานเล็กๆ ที่น่าเกลียดไม่เป็นประโยชน์ต่อคน แต่ถ้าเราให้ความสนใจเพียงสักนิด พิจารณาอย่างลึกๆ  เราจะพบว่าไส้เดือนได้ทำบทบาทที่สำคัญมากในการบำรุงดิน บำรุงต้นหญ้า บำรุงพืชและเพื่อสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก แม้นว่ามันจะถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่น่าเกลียด มันไม่มีความงามในตัวมันเลยก็ตาม (สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับไส้เดือน) แต่ว่ามันได้ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น ต้นหญ้า ต้นไม้ได้เขียวสด ไส้เดือนไม่ได้กังวลในความสวยงามของมัน  แต่มันกังวลถึงความงามของผู้อื่น ทั้งในกาลอดีตและปัจจุบัน มีคนเพียงจำนวนน้อยที่เข้าใจในความสำคัญของไส้เดือน มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเราในการกระตุ้นให้ไส้เดือนได้ทำกิจกรรมการสร้างดิน
หลักสูตรการแสดงออกเกี่ยวกับจิตวิญญาณของความสำนึกในจักรวาล ได้ดลใจให้ได้รวบรวม และเปิดเผยความจริงและความสำคัญของไส้เดือนสู่สังคมในระดับกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตทางการเกษตรขนาดใหญ่ที่ใช้สารเคมีมากเกินไปในการผลิต เพื่อผลผลิตที่ดี ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชากรของไส้เดือน โดยผ่านทางเอกสารนี้จะช่วยเป็นช่องทางให้ความรู้สึก อารมณ์ และได้ยินเสียงน้อยๆ ของสัตว์เล็กๆ ที่คาดไม่ถึงอย่างไส้เดือนและให้ความเห็นอกเห็นใจต่อมัน
ข้อมูลโดยทั่วๆ ไปของไส้เดือน  ไส้เดือนอาศัยอยู่ที่ไหน?
       ความจริงแล้ว เราสามารถพบเห็นไส้เดือนได้ในพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยป่าทุกที่ โดยเฉพาะในฤดูฝน ในฤดูร้อนเราอาจจะพบเห็นมันได้ในพื้นดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก และจะมีเป็นจำนวนมากในพื้นหญ้าที่มีความชื้นและความอบอุ่น  ไส้เดือนจะมีด้วยกันหลายชนิดและแต่ละชนิดก็มีความชอบในเนื้อดินที่มีสภาพต่างกัน ไส้เดือนหลายชนิดอาศัยอยู่ในชั้นดินที่ต่างกัน บางชนิดอาศัยอยู่ในพื้นผิวของดิน ขณะที่ชนิดอื่นสามารถที่จะแทงทะลุเข้าไปในเนื้อดินชั้นล่างได้หลายฟุต โดยทั่วไปแล้ว กลุ่มที่อาศัยอยู่ในชั้นผิวดินจะอพยพลงไปชั้นดินที่ลึกในระหว่างฤดูร้อน เมื่อผิวดินกลายสภาพแห้งแล้ง การเพาะปลูกในดินอาจจะช่วยทำให้ไส้เดือนแทงลึกลงไปในดินมากขึ้น

ประโยชน์ของไส้เดือนต่อระบบนิเวศ
       จากการศึกษาวิจัยของ Worm Watch เรื่อง “History of the world”   ได้กล่าวว่า สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ไส้เดือนได้กระทำคือ การไถพรวนดินโดยการขุดรูเข้าไปในดิน รูของมันได้ช่วยให้อากาศผ่านเข้าไปได้ น้ำสามารถไหลเวียนได้ และนั่นคือสิ่งสำคัญเพราะว่า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในดินและรากของพืชล้วนต้องการอากาศและน้ำเช่นเดียวกับเรา ปราศจากการไถพรวน  ดินจะมีสภาพแข็งขึ้น น้ำและอากาศไม่สามารถไหลเวียนเข้าไปได้ และรากของพืชก็ไม่สามารถจะแทงทะลุชั้นดินเข้าไปได้
การศึกษาได้แสดงผลออกมาว่า แต่ละปีในพื้นที่ 1 ตารางเอเคอร์ (0.4 เฮกตา) ของพื้นที่เพาะปลูกโดยเฉลี่ย 16,000 ปอนด์ (7,200 กก.) ของดินได้ผ่านเข้าไปในท้องของไส้เดือนและพัดพาออกมาสู่ชั้นบนของดิน  30,000 ปอนด์ (13,500 กก.) ในพื้นที่ที่มีไส้เดือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก Charles Darwin ได้คำนวณว่า ถ้ามูลของไส้เดือนทั้งหมดจากการทำงานของไส้เดือน 10 ปีในเนื้อที่ 1 เอเคอร์ ที่กระจายทั่วพื้นที่นั้น มันจะมีความหนาเท่ากับ 2 นิ้ว (5.08 ซม.)
นี่คือบางสิ่งบางอย่างที่เราจะต้องประทับใจ เพราะว่าไส้เดือนได้ทิ้ง (หยด) สิ่งที่เรียกว่า สิ่งเหลือทิ้งจากลำไส้  เมื่อมันพัดพาออกมายังส่วนบนของดิน มันอุดมไปด้วยไนโตรเจน แคลเซียม แมคนีเซียมและฟอสฟอรัส และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ    ฟื้นฟูระบบนิเวศ ในสวนหลังบ้านของคุณ คุณอาจจะสามารถยืนยันได้ว่าต้นหญ้าที่ขึ้นรอบๆ มูลของไส้เดือนจะเติบโตสูงและเขียวสดกว่าต้นหญ้าที่ขึ้นห่างออกไปแค่หนึ่งนิ้ว
การศึกษาจาก Worm Watch-Ecology เสนอว่า “คุณภาพดินของเราขึ้นอยู่กับการทำมาหากินของไส้เดือนเป็นอย่างมาก ในระยะยาวดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง จะเป็นกุญแจไขเข้าไปสู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และตัวเราเอง”
ไส้เดือนได้ทำประโยชน์อย่างไรต่อชาวนา
ความจริงแล้วชาวนาดั้งเดิม ต่างยอมรับว่าไส้เดือนคือนักสร้างปุ๋ยอินทรีย์ นักผสมดิน และนักไถพรวนดิน ไส้เดือนไม่ได้คุกคามต่อพืชใดๆ ดังนั้นมันจึงได้ช่วยทำให้ชาวนาลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน โดยเฉพาะชาวนาที่ยากจน ทำให้ผลผลิตสูงและปลอดภัยต่อสุขภาพ  สิ่งที่ยืนยันความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งโดยการศึกษาของ Jennifer A. Ramsay และ Stuart Hill ว่า “กิจกรรมของไส้เดือนได้ให้ประโยชน์ต่อเกษตรกรใน 4 เรื่องต่อไปนี้ คือ หนึ่งช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน สองผสมและไถพรวนดิน สามช่วยสร้างฮิวมัสและสี่เพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช”
       การขุดรูของไส้เดือนช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น สร้างช่องทางผ่าน ซึ่งรากของต้นไม้สามารถแทงทะลุเข้าไปได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเพิ่มรูพรุนและการฟอกดิน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยปรับปรุงให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี ให้น้ำได้ลอดเข้าไปขณะที่ช่วยขจัดสภาพของดินแข็ง ไส้เดือนยังช่วยเพิ่มพูนโครงสร้างของดินผ่านการสร้างของการไหลไปรวมกัน การขับน้ำจากลำไส้ของไส้เดือนช่วยเชื่อมอนุภาคของดินให้ยึดติดกันโดยการไหลไปรวมกัน ซึ่งจะช่วยควบคุมการพังทลายของดิน มนุษย์โดยผ่านทางกิจกรรมทางการเกษตร ดังเช่นการเพาะปลูก อาจจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินได้ชั่วคราว แต่สำหรับไส้เดือนแล้วเป็นการช่วยรักษาดินในระยะยาว  (Worm Watch)
ข้อมูลที่เกี่ยวกับการสุญพันธุ์ของไส้เดือน / ประชากรของไส้เดือนอาจจะลดลงหรือสุญพันธุ์อันเนื่องมา

จากเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.) ไฟไหม้ป่า
โดยธรรมชาติแล้วไส้เดือนจะอาศัยอยู่ในป่าชื้นหรือในดินที่ชื้นในชั้นดินที่ต่างกัน ตามชนิดของมัน  โดยทั่วๆ ไปแล้วไฟป่าจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าเขตร้อน มันจะกระทบต่อประชากรของไส้เดือนในชั้นผิวดินหรือแม้กระทั่งในชั้นที่ลึกลงไปขึ้นอยู่กับความร้อนของไฟป่า
2.) น้ำท่วม
เราอาจจะเคยพบเห็นไส้เดือนเป็นจำนวนมากตายไปอันเนื่องมาจากน้ำท่วม เพราะว่าไส้เดือนไม่สามารถที่จะปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้หรือระดับที่สูงอย่างรวดเร็วเหมือนสัตว์อื่นๆ ได้ แต่หากว่าน้ำท่วมเพียงไม่นาน อาจจะมีบางส่วนที่รอดตายได้
3.) ป่าถูกทำลาย
ป่าที่ถูกทำลายเป็นสาเหตุการลดลงของความชื้นในดินและในผืนป่า เพราะว่ามันไม่มีพื้นที่ร่มเงาจากต้นไม้ที่ปกคลุมพื้นดิน ดังนั้นเมื่อมีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อน หญ้าแห้งและต้นไม้อื่นๆ ที่แห้ง จะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดให้ไฟไหม้รุนแรงและร้อนแรงยิ่งขึ้น ความร้อนจากไฟจะกระทบต่อประชากรของไส้เดือนแม้กระทั่งในชั้นดินที่ลึกลงไปใต้ดิน
4.) การทำการเกษตรขนาดใหญ่
สืบเนื่องจากผลการศึกษาของ A. Ramsay และ Hill พบว่า ประชากรของไส้เดือนไม่อาจจะปฏิเสธความเสียหายจากการทำลายของสารเคมีในระหว่างการเพาะปลูกได้ และมากกว่าการลดจำนวนในการเกษตรแบบอินทรีย์ที่ใส่ลงไปในดิน การปลูกเป็นแถวเป็นแนวซ้ำซากจะลดจำนวนของไส้เดือน แต่ชนิดของการเพาะปลูกที่มีส่วนประกอบของหญ้าหรือพืชสวนในการหมุนเวียนและพืชผสมผสานจะช่วยลดผลกระทบลง
ในกรณีนี้มันอาจจะเป็นจริงสำหรับประเทศที่ให้ความกังวลและเข้มงวดต่อการใช้สารเคมีและควบคุมเรื่องการใช้ประโยชน์ของสารเคมีในภาคเกษตร ปัจจุบันนี้บริษัทอาหารข้ามชาติมุ่งที่จะลงทุนในประเทศโลกที่สามมากขึ้นๆ เนื่องจากแรงงานราคาถูกและการลงทุนต่ำในรูปของเกษตรพันธสัญญา (contract farming) บริษัทจะจัดเตรียมวัตถุดิบในการเกษตรให้ จำพวก เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ในรูปของการผ่อนส่ง บางคนที่มีที่ดินเป็นของตนเองสามารถจะเพาะปลูกในที่ดินของตัวเองด้วยความระมัดระวังในการใช้สารเคมี แต่กลุ่มคนที่เป็นคนนอกที่มาเช่าที่ดินจากชนพื้นเมืองด้วยราคาที่ต่ำจะใช้สารเคมีเป็นจำนวนมากลงไปในที่ดินโดยไม่ใส่ใจใดๆ ต่อสุขภาพของผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไส้เดือน ดังนั้นการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นในการเกษตรในโลกที่สามถือว่าเป็นต้นเหตุที่อันตรายต่อการสุญพันธุ์ของประชากรไส้เดือน ไม่ใช่จะเป็นอันตรายต่อไส้เดือนเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นๆ  สืบเนื่องมาจากการศึกษาของ A. Ramsay และ Hill กล่าวว่า “แม้นว่าสารประกอบอื่นอาจจะมีสารพิษที่กระทบต่อไส้เดือนน้อย  สารเคมีเหล่านี้จะอยู่เข้มข้นในร่างกายของมันและอาจจะเป็นพิษร้ายแรงต่อนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อมันได้กินไส้เดือนเข้าไป”
บทสะท้อน
         มันดูราวกับว่าไส้เดือนเป็นอะไรบางอย่างที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันเป็นสัตว์เล็กๆ และโดยมากสำหรับทุกๆ คน เมื่อได้ยินเกี่ยวกับไส้เดือน อาจจะทำให้บางคนขนหัวลุก ขณะที่บางคนอาจจะอาเจียนออกมา ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่ทำโดย A. Ramsay และ Hill อาจจะช่วยเราให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับไส้เดือน ดังนั้นอยากจะเชื้อเชิญพวกเราทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาถึงความสำคัญของไส้เดือนมากกว่าที่จะมองไปที่กายภาพที่ปรากฏให้เราเห็น เพราะว่ามนุษย์โดยทั่วๆ ไปแล้วจะเข้าใจและสัมผัสรู้ว่าไส้เดือนเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจ เพราะกายภาพที่มันปรากฏให้เราเห็น  แต่ถ้าเรามองไส้เดือนในรูปที่มันให้ประโยชน์และหน้าที่ของมันแล้ว บางคนอาจจะสำนึกขึ้นได้ว่า มันช่างมีประโยชน์อะไรอย่างนี้ ที่สัตว์ตัวเล็กๆ ได้ให้แก่มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ Elisabet Sahtouris ได้เขียนไว้ว่า ต่างก็ทำหน้าที่สำคัญต่อชีวิตภายในร่างกายที่ร่าเริง เราอาจจะไม่รักทุกสิ่งที่เทพเจ้ารัก  แต่ถ้าเราไม่สามารถรักทุกสิ่งที่มีอยู่ในสายใยของชีวิต บางทีอย่างน้อยที่สุดเราจะเริ่มต้นยอมรับว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างก็ทำบทบาทในการสร้างสิ่งที่เรารัก (Web of life หน้า 121)
การพรรณนาในส่วนต่อไปนี้จะช่วยให้เราได้เข้าใจและพิจารณามากขึ้นเกี่ยวกับความสำคัญและความเป็นประโยชน์ของไส้เดือนและเราได้รับประโยชน์อะไรจากกิจกรรมของมัน ความจริงแล้วในหมู่เกษตรกรดั้งเดิมหรือเกษตรกรแบบอินทรีย์ เขาทั้งหลายถือว่าไส้เดือนคือสิ่งที่เป็นประโยชน์มากในวงจรของอินทรียวัตถุ ไส้เดือนคือผู้สร้างผิวดิน ให้พืชต่างๆ ได้หยั่งราก ยึดเกาะน้ำไม่ให้ดินแห้งแข็ง สร้างเงื่อนไขสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้เฟื่องฟู สืบเนื่องจาก Worm Watch “คุณภาพของดินขึ้นอยู่กับการทำมาหากินของไส้เดือน ในระยะยาวคุณภาพที่สมบูรณ์ของดินจะเป็นกุญแจสำคัญไขไปสู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและตัวของเราเอง” A. Ramsay และ Hill กล่าวว่า “กิจกรรมของไส้เดือนคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในสี่เรื่องคือ ปรับปรุงโครงสร้างของดิน ผสมและไถพรวนดิน ช่วยสร้างฮิวมัสและเพิ่มสารอาหารให้พืชที่หาได้”
            คิดว่าข้อความที่บรรยายข้างบนนี้จะช่วยให้เราได้เข้าใจและสำนึกในประโยชน์ของไส้เดือน ความจริงแล้วมันมีประโยชน์มากกว่าที่ได้บรรยายไว้ข้างบนนัก เรารู้สึกประหลาดในปาฏิหาริย์ของสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆ อย่างไส้เดือนที่ได้ทำบทบาทอันสำคัญในฐานะผู้สร้างดิน แต่ว่าในขณะนี้ ชีวิตและชนิดพันธุ์ของมันอยู่ในอันตราย อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นในความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทางการตลาดและกระตุ้นให้ชาวนาผลิตให้มากขึ้นเพื่อผลกำไร โดยปราศจากการพิจารณาถึงผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อไส้เดือน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเราไม่ได้ดำเนินตามหลักการของธรรมะของประสาทสัมผัสทั้งเก้า “เอาเฉพาะที่คุณต้องการ” (Web of life หน้า 168) แต่เราเอามากว่าที่เราต้องการและต้องการมีมากกว่าที่จะเป็นไปได้โดยปราศจากการพิจารณาถึงชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
มันคือสิ่งที่ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่าขณะนี้  ในการติดต่อซึ่งกันและกันและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้ขาดสะบั้นลงและส่งผลกระทบต่อสายใยของชีวิต มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนหลักการของประสาทสัมผัสทั้งเก้าอันสุดท้ายนั่นคือ “ซ่อมแซมสายใย” มันเรียกร้องให้เราต้องเปลี่ยนทัศนะส่วนตัวต่อโลก ความสัมพันธ์ สถาบันทางวัฒนธรรมและสังคมและการพิจารณาไตร่ตรองต่อโลกธรรมชาติของเราใหม่ ในยุคสมัยของเราธรรมชาติของชีวิตจะต้องทำงานเพื่อเสริมสร้างความกลมกลืนอันยิ่งใหญ่ยุติธรรมและสันติสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก (Web of life หน้า 169)
ตอนนี้เราได้เห็นความสำคัญของไส้เดือนอย่างจริงจังขึ้นแล้ว  ดังนั้นเราจะต้องปกป้องไส้เดือน ชนิดพันธุ์ และชีวิตของมัน มันอุทธรณ์ชีวิตของมันต่อมนุษย์ เหล่าผู้ที่ทำลายที่อยู่อาศัยของมัน ฆ่ามัน  เป็นเรื่องโชคร้ายเหลือเกินที่ดูเหมือนว่าคำอุทธรณ์ของมันไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่มีผู้ใดจะรับรู้ถึงความรู้สึกของมัน ความกังวลและความทุกข์ทรมานของมัน  มันดูประหนึ่งว่ามนุษย์ส่วนใหญ่มองไส้เดือนเพียงรูปการที่มันเป็น สัตว์ที่น่ารังเกียจ โดยธรรมชาติไส้เดือนไม่มีความสวยงามโดยตัวของมันเอง แต่มันทำให้สิ่งรอบข้างสวยงาม  เช่นทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ หญ้าเขียวขจี ต้นไม้ พืชพรรณ และป่าไม้ ไส้เดือนไม่ได้ใส่ใจในความงามของตัวเอง แต่มันใส่ใจในความงามและชีวิตของผู้อื่น  แต่ ณ ขณะนี้ ไส้เดือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูและนักฆ่าจำนวนมาก  เช่น ไฟป่า น้ำท่วม ป่าถูกทำลาย และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือการเทสารเคมีและขยะสารพิษลงไปในดิน  ทุกๆ วัน ทุกๆ ที่ ชีวิตของมัน ถิ่นอยู่อาศัยของมัน ถูกทิ้งลูกระเบิดจากสิ่งที่ได้กล่าวถึงข้างบนเพราะกิจกรรมของมนุษย์  ตรงตามสิ่งที่ Sean McDonagh, SSC ได้กล่าวไว้ มนุษย์ได้สร้างมลพิษให้อากาศ น้ำ ดิน และส่งเสริมให้เกิดการสุญพันธุ์ของสิ่งสร้างผู้เคยเป็นเพื่อนของเราหลายล้านปีบนโลกใบนี้
เชื่อมั่นว่าพระเจ้าได้ซ่อนเร้นสิ่งที่เป็นพิษทั้งหลายไว้ใต้พิภพอย่างเป็นระบบระเบียบ แต่มนุษย์ได้ขุดมันขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมและบังคับธรรมชาติในอันที่จะเพิ่มผลผลิตที่เหนือกว่าความสามารถของธรรมชาติที่พิงให้ได้ และออกผลนอกฤดูกาลของมัน ในอันที่จะสนองต่อกิเลสอันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์  สืบเนื่องมาจากความเชื่อของชาวอินเดียแดงว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแก่นสาระสำคัญเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด เพราะว่ามนุษย์จะต้องลงรอยกับธรรมชาติ ถ้าเขาอยากที่จะอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความหนึ่งเดียวในธรรมชาติ และจะต้องปรับความต้องการของเขาสู่ความสามารถที่ธรรมชาติพึงให้ได้ (G. Reichel- Dolmatoff)
ด้วยความรู้สึกระดับลึกร่วมกัน เราเห็นแล้วว่าทุกๆ สิ่งมีชีวิตต่างเกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของซึ่งกันและกัน  และเป็นพัสดุในสายใยของชีวิต สิ่งเล็กๆ ได้ให้แสงสว่างแก่สิ่งเล็กๆ อื่นๆ และทุกสิ่งมีชีวิตล้วนต้องการชีวิต เพื่ออยู่รอดได้อย่างไส้เดือน ดังนั้นเราไม่ควรที่จะไปทำลายถิ่นอยู่อาศัยของไส้เดือนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นโดยการหยุดราด-เทสารเคมี ขยะที่มีพิษลงบนดิน ในน้ำ และอากาศ ฯลฯ  ปล่อยให้ไส้เดือนกลับมาอยู่ในดินอย่างสันติสุข ในที่ดินซึ่งมันได้สร้างมันด้วยตัวมันเอง สำหรับไส้เดือนทั้งหลายและสิ่งมีชีวิตอื่นรวมทั้งมนุษย์ ปล่อยให้ไส้เดือนได้ทำหน้าที่ของมัน กิจกรรมของมันในการไถพรวนดิน ผู้สร้างดิน และนักธรรมชาติของโลกตามที่มันได้รับมอบหมายมาจากผู้สร้างเถิด.....
References.
1. Macdonald Journal 39(10), 6-8 Oct. 1978 by Jennifer A. Ramsay and Stuart Hill (WormWatch-Ecology).
2.Earthworms: www.backyardnature.net/
earthworm.htm 
3. The dream of the Earth ( Web of life, P. 168-169), Thomas Berry
4. Cosmology as Ecological Analysis: A view from the rain forest by G. Reichel-Dolmatoff, university of California.            

สุนทร วงศ์จอมพร (Kaloo) เขียน
ประวิช นิกรอวยชัย ถอดความเป็นภาษาไทย                     
< ก่อนหน้า   ถัดไป >