Of mux hso pez  
 

ยินดีต้อนรับ

 

Web Links
www.jessthai.org

www.pakakoenyo.org

www.hilltribe.org
http://cegthai.cbct.net
www.hplong.org



ชีวิตที่เฝ้ารอ

พร้อมกับความหวัง..



 
Home arrow Articles (Taj geij taj kloz) arrow ข้อคิดที่ดีๆที่สื่อออกมาโดยเนื้อเรื่องสั้นๆ
 
ข้อคิดที่ดีๆที่สื่อออกมาโดยเนื้อเรื่องสั้นๆ พิมพ์ ส่งเมล
Imageสื่อสัญจร (พ.เหมือนคีรี)
อุปสรรคและปัญหา... คือพลังที่สร้างสรรค์
 “ประสบการณ์” มักเป็นบทเรียนที่ทรงคุณค่า สำหรับผู้ที่ผ่านชีวิตในแต่ละช่วงวัย
 โดยเฉพาะประสบการณ์ความยากลำบาก ที่ต้องฟันฝ่าและหาทางออกให้กับอุปสรรคปัญหาที่ต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 
 
บางคน... เจ็บปวด กับประสบการณ์ร้ายที่ผ่านเข้ามาในอดีต กลายเป็นแผลเป็นในชีวิตที่ต้องอาศัยเวลาเป็นยารักษา
 ขณะที่บางคนใช้ประสบการณ์แห่งความยากลำบาก มาเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ถึงกับกล้าพูดประโยคที่ว่า “...ลำบากกว่านี้ ก็เคยผ่านมาแล้ว”
 ความลำบาก อุปสรรคปัญหา จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นด้านลบของชีวิตเสมอไป
 ตรงกันข้ามมันเป็นพลังสร้างสรรค์ ที่ทำให้แต่ละชีวิตมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น
 ผู้ที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิต จะมองไปที่เป้าหมายของชีวิตมากกว่ามองที่อุปสรรคและปัญหา
 เพราะในทุกกรณีของชีวิต เราคงหลีกเลี่ยงความยากลำบากไม่ได้
 ความยากลำบาก หรือความทุกข์ ที่ไม่สามารถรับได้ สาเหตุสำคัญมาจากใจของเราที่ไม่เป็นสุข และไม่เข้มแข็งเพียงพอต่อสิ่งที่เผชิญ
 บางครั้ง บางเรื่อง บางโอกาส เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ที่ใจของเรามาคิดเป็นเรื่องใหญ่โต เกิดความพะวง ห่วงใย จนกลายเป็นทุกข์ มองออกมาเป็นความยากลำบาก เป็นอุปสรรคและปัญหา
 ตัวอย่างเช่น สิวหนึ่งเม็ดบนใบหน้า ทำให้เกิดความกลัวไม่สวยหรือไม่หล่อ ขาดความมั่นใจ เกิดเป็นความเครียด กลายเป็นความทุกข์ สิวที่ต้องเกิดตามธรรมชาติหนึ่งเม็ดเลยเกิดมากขึ้นกว่าหนึ่งเม็ด เลยต้องเสียเงินไปพบแพทย์เพื่อความสบายใจในการมียามาใช้
 หรือบางครั้งเป็นความคาดหวัง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรามีความคาดหวังกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง หรือทุกคนที่เราต้องพบปะด้วยในแต่ละวัน กับลูกที่บ้าน เด็กอนุบาลควรมีวิธีพูดแบบเด็กอนุบาล เด็กประถมควรมีวิธีอบรมแบบเด็กประถม เด็กมัธยมควรมีแบบอย่างที่ดีแบบเด็กมัธยม เมื่อเป็นนิสิตนักศึกษาควรสอนหลักการใช้ชีวิตมีการเรียนรู้แบบนิสิตนักศึกษา มิใช่ใช้มาตรฐานของตัวเองตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย เป็นต้น
 บางเรื่อง ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นปัญหาก็ยังจะทำต่อไป เป็นเราเองที่ทำให้เกิดปัญหา อย่างที่ไม่เรียนรู้วิธีการป้องกันหรือควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา
 ตัวอย่างเช่น เรื่องเพศตรงข้าม ผู้หญิงก็คือผู้หญิง ผู้ชายก็คือผู้ชาย ธรรมชาติให้ความเป็นคู่ของผู้หญิงและผู้ชาย ขอบเขตและความพอดีคือสิ่งที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต้องเรียนรู้ ถ้ายังเป็นนักศึกษาก็คงต้องควบคุมตัวเองไม่ให้มากกว่าความเป็นเพื่อน ผู้ชายหรือผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วควรสำนึกและให้เกียรติในครอบครัวของตน ไม่ควรเป็นสาเหตุให้ครอบครัวเกิดความแตกแยก
ยาเสพติด รู้ทั้งรู้ว่ามีแต่ผลเสีย เป็นเพราะตัวเราเองควบคุมไม่ได้ จึงต้องอยู่กับปัญหาไปเรื่อยๆ เป็นต้น
 ปัญหาความยากลำบาก อีกมากที่มีต้นเหตุมาจากปัญหาสังคม เป็นเรื่องที่ควบคุมและป้องกันได้ยากมาก อาทิ ปัญหาความยากจน ปัญหาความรุนแรงในสังคม ปัญหาการเอาเปรียบทางเพศ ปัญหาเรื่องช่องว่างทางการศึกษา ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหาการดูถูกศักด์ศรีของคน เป็นต้น
 เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นปัญหาและความยากลำบากที่เราทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 มองเห็นปัญหา ต้องเข้าใจปัญหา อย่าหนีปัญหา ที่สำคัญ อย่าทำตัวเป็นปัญหาเสียเอง...



Image  คุณค่าของ “คน” (พ.เหมือนคีรี)
โมเดลแห่งความสามารถ สร้างตัวตนคนทำงาน (1)
หากเราเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของบริษัท หรือเป็นผู้นำในองค์กรโดยตำแหน่งและความรับผิดชอบ นอกจากจะมีแผนงาน เป้าหมายของงาน และงบประมาณแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีบุคลากรที่เป็นทรัพยากรบุคคล หรือคนทำงานเพื่อสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร
การคัดเลือก สรรหา คนให้ตรงกับงานนั้น เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก แนวคิดเดิมๆ ในธุรกิจแบบครอบครัว หรือการบริหารงานแบบกันเอง ไม่ได้คำนึงมากนักในการคัดเลือกคนให้ตรงกับงาน (ใครก็ได้เข้ามาทำงาน) ผลก็คือ ไม่ได้ผลลัพท์ของงานตามที่องค์กรคาดหวัง ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง กำหนดตัวชี้วัดไม่ตรงกับเป้าหมายองค์กร จะพัฒนาพนักงานก็ทำได้ยากเพราะพนักงานไม่เปิดรับการพัฒนา เนื่องจากลักษณะงานกับลักษณะของผู้ทำงานไปกันคนละทาง
มีผู้บริหารหลายคน เชื่อว่าสามารถพัฒนาคนให้ตรงกับงานได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงในการบริหารงานบุคคล ถ้าทำได้ถือว่าโชคดี ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่อไป
ในองค์กรหรือหน่วยงานที่มีคนทำงานนั้น ถือได้ว่ามีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคนนี่แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญต่อการลงทุนหรือดำเนินกิจการนั้นๆ เพราะถ้าได้คนที่ทำงานได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารก็ไม่ต้องมีภาระมาก เอาเวลาและความคิดไปสร้างสรรค์และขยายงานอื่นต่อ แต่ถ้าคนทำงานได้ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือผู้บริหารก็ต้องลงไปช่วย หรือไม่ก็ต้องรับคนเพิ่มอีกหนึ่งคนมาช่วย กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายอีก
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคน นอกจากจะเป็นผลตอบแทนรายเดือน สวัสดิการ โบนัส ค่าล่วงเวลา และค่าเบี้ยเลี้ยงแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องนำมาคิดด้วย เช่น ค่าพื้นที่นั่งทำงาน ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้น ลองนึกถึงภาพพนักงานคนหนึ่งเข้ามานั่งทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับผลงานที่ได้รับมีความสมดุลย์กันหรือเปล่า
ที่กล่าวมานี้มิได้หมายความว่าให้มองคนเป็นเครื่องจักร แต่อยากชี้ให้เห็นว่า ความสำคัญของคนที่มีผลกับงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ผู้บริหารควรตระหนักถึงแนวทางในการสรรหา คัดเลือก การพัฒนา การประเมินผล รวมไปถึงการมองความก้าวหน้าในวิชาชีพนั้น ให้เป็นภาพรวม มิใช่มองภาพของงานในแต่ละวันให้เพียงแต่เสร็จไปเท่านั้น
หลักของการบริหารงานบุคคลในยุคสมัยนี้ ต้องการใช้คนให้น้อย ใช้ให้เต็มความสามารถ และมีตัวชี้วัดผลงานของคนให้ตรงกับเป้าหมายขององค์กร มีการมอบหมายงานที่ท้าทายและยากขึ้น มีแผนการพัฒนาฝึกอบรมให้คนมีความรู้ความสามารถที่เหมาะกับลักษณะงานมากขึ้น ที่สุดมีการประเมินผล และพิจารณาผลตอบแทนที่เหมาะสมสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของคนที่ทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับมอบหมาย
เมื่อผู้บริหารมั่นใจว่ามีคนที่มีคุณภาพ ต้องมีแผนในการกระจายอำนาจในแต่ละเรื่องให้ทดลองทำ หรือการมอบหมายงานเพิ่มเติมให้รับผิดชอบงานมากขึ้น รวมทั้งการสร้างภาวะผู้นำให้เริ่มมีผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น เพื่อเป็นการให้โอกาสและสร้างความก้าวหน้าในงานตามวิชาชีพนั้น
แน่นอนว่า กระบวนการทำงานนั้นย่อมอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งปัจจัยและสาเหตุของการผิดพลาดนั้นต้องนำมาสู่กระบวนการการเรียนรู้ของผู้ปฏิบัติ มิใช่ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุ เมื่อทราบแนวทางในการแก้ปัญหาควรมีการจดบันทึก และเน้นย้ำไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
การบริหารงานบุคคลในยุคสมัย จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้บริหารต้องเข้าใจในกระบวนการของการบริหารงานบุคคล และต้องเริ่มต้นจากผู้บริหารที่ปรับแนวคิดมองบุคลากรเป็นผู้มีศักยภาพ ให้โอกาสและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในที่ทำงาน ให้กำลังใจลูกน้องเป็น มีแนวคิดในเชิงสร้างสรรค์ มิใช่คอยแต่จ้องจับผิดลูกน้อง มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนเป็นระบบ หลีกเลี่ยงการบริหารงานในระบบอุปถัมภ์ เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานให้กับลูกน้อง
บางที่ เรามุ่งเน้นเค้นหาพนักงานที่เก่ง มีคุณภาพ มีศักยภาพ จนลืมมองถึงภาวะผู้นำของผู้บริหาร หากหน่วยงานใด ไม่สามารถพบพนักงานในฝันอย่างที่ควรเป็นแล้ว สาเหตุหลักควรต้องกลับมาดูที่ภาวะผู้นำของผู้บริหาร เพราะบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหาร ถึงจะมีโอกาสได้พนักงานในฝันก็เป็นได้ และนั่นอาจเป็นคำตอบสุดท้าย...



Imageสื่อสัญจร (พ.เหมือนคีรี)

ร้านขายความจริง

 เดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากเซ็นเตอร์พอยด์ที่สยามเท่าไหร่นัก
 มีร้านค้ามากมาย มีสินค้าหลากหลาย มีผู้คนเดินไปมาเหมือนกับอวดกันถึงแฟชั่นในยุคสมัย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งไฮโซและไฮซ้อ มีทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น จนไปถึงวัย...ที่วัยเด็กและวัยรุ่นเมินหน้า
 ไม่น่าแปลกใจที่ทุกคนที่เดินสวนกันไปสวนกันมานั้น กล้าใส่เสื้อผ้าที่มีจุดเด่นต่างกันไป ทั้งสีสันและการออกแบบที่เว้าหน้าเว้าหลัง
 ไม่รวมถึงการสะพายกระเป๋า ทรงผม และการแต่งหน้าที่สอดคล้องกับเสื้อผ้าที่สวมใส่
 ที่กล้าแสดงตนกันมากถึงขนาดใส่ชุดมาเดินเล่นกัน ณ สถานที่แห่งนี้ ลงทุนแต่งตัว แต่งหน้า ทาปาก เพราะบรรยากาศมันให้ มันเป็นเหมือนมีแรงจูงใจบางอย่างของทั้งคนมีเงิน หรือคนกระเป๋าแห้ง ขอเพียงให้ได้แต่งตัว มีโอกาสมาอวดโฉม มีคนแอบมอง ได้ไปเม้าท์ต่อถึงความโดดเด่นของตัวเองแล้ว มันคล้ายกับเป็นความสุขที่ซื้อหาได้ไม่ยากนัก บางคนที่โชคดี อาจมีแมวมองเชิญให้ไปเป็นนักแสดงหรือนางแบบก็เป็นได้
 ขอย้ำว่า... มันเป็นความสุขของผู้คนแถวๆ นี้จริงๆ เกือบทุกคนมีรอยยิ้ม มีความเป็นตัวของตัวเอง เดินเข้าร้านโน้น ออกมาร้านนี้ เดินผ่านร้านที่มียี่ห้อระดับอินเตอร์
 และท่ามกลางร้านค้าที่มีจำนวนมาก แต่ละร้านก็ต้องพยายามสร้างแรงจูงใจ ทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ กลายเป็นกำลังซื้อเพื่อให้ธุรกิจมีกำไรอย่างต่อเนื่อง
 ราคาสินค้าคงไม่ต่ำกว่าที่อื่น นอกจากบวกส่วนต่างกำไร ค่าการตลาด ค่าเช่าสถานที่ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าแรงพนักงานขายแล้ว ราคาสินค้าจริงคงอยู่ที่ประมาณ 30 – 50 เปอร์เซนต์ของราคาสินค้า ณ จุดขาย
 ลองนึกเล่นๆ ว่า หากมีสักมุมหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เป็นร้านของผู้วิเศษ และอยากจะตั้งชื่อร้านว่า “ร้านขายความจริง” ภายในร้านคงตกแต่งเป็นแบบธรรมชาติ มีชั้นวางสิ้นค้าที่เป็นขวดโหล ในแต่ละขวดโหลจะอัดแน่นไว้ด้วยความเป็นจริงของชีวิตแต่ละคน
 บางคนอาจเข้ามาซื้อ “ความจริง” ที่คิดว่าราคาไม่แพงนัก ผู้วิเศษอาจจะถามกลับมาว่า ความจริงส่วนไหนที่เราต้องการซื้อ ซื้อเพียงบางส่วนหรือซื้อทั้งหมด
 ชั้นวางขวดโหลความจริงบางส่วนอาจจะขายได้ดีกว่า ขวดโหลที่เป็นความจริงทั้งหมด
 เพราะป้ายบอกราคาจะเป็นตัวแยกแยะว่า ราคาของความจริงแต่ละเรื่องนั้น คุณยอมรับหรือพร้อมที่จะรับรู้หรือไม่ บางเรื่องอาจจะต้องยอมจ่าย ยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อให้ได้ความจริงนั้นมา ซึ่งมีมูลค่าสูงมาก หรือความจริงนั้นมีมูลค่าสูงเสียจนเราไม่กล้าจ่าย ไม่มีกำลังจ่าย และไม่กล้ายอมรับความจริงนั้น
 อนิจจา... ร้านแห่งความจริง ที่อยู่ตรงมุมนั้น กลับไม่มีใครเห็น เป็นร้านที่เล็กเกินไป
 เพราะชีวิต... ของผู้คนแถวนั้นอยู่ในโลกมายา มากกว่าโลกของความเป็นจริง
 มีความเสแสร้งในแต่ละวันเพื่อความอยู่รอด
 จนในที่สุด... ชีวิตนั้นไม่เคยอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงเสียเลย
 หาก... คุณมีโอกาสแวะเดินไปแถวสยาม หรือสถานที่ใกล้เคียง
อย่าลืมมองหา “ร้านขายความจริง” บ้างล่ะ !!!

< ก่อนหน้า